การเลือกซื้อกีตาร์ไฟฟ้า

วันที่ 24/02/2014 l YOU2PLAY l 49,314 VIEWS
 
 
การเลือกซื้อกีตาร์ไฟฟ้า
    ครับ เมื่อเราทราบกันแล้วถึงวิธีเลือกซื้อกีตาร์โปร่ง วันนี้เราจะมาดูกันว่าการเลือกกีตาร์โปร่งกับไฟฟ้าเนี่ย มันต่างกันยังไง โดยหลักๆแล้วจะคล้ายๆกัน แต่จะต่างกันที่รายละเอียดครับ ซึ่งรายละเอียดตรงนี้เนี่ยแหละ สำคัญมากย้ำนะครับว่า สำคัญมาก!!! เพราะกีตาร์ไฟฟ้านั้นมีหลากหลายทรงมาก แต่ละทรงก็จะให้เสียงที่ต่างกันอีกด้วย รวมไปถึงแนวเพลงที่จะนำไปใช้เล่นซึ่งกีตาร์ไฟฟ้ามันจะค่อนข้างเลือกแนวนิดนึงไม่เหมือนกีตาร์โปร่ง ที่ตัวเดียวเล่นได้ทุกแนว แต่อย่าเพิ่งคิดไปไกลครับ กีตาร์ไฟฟ้าก็เล่นได้ทุกแนวเหมือนกันแต่มันจะให้คาแรคเตอร์เสียงที่เหมาะกับแนวนั้นๆซะมากกว่า 
   
รูปทรงของกีตาร์หลักที่มองดูกันง่ายๆเลยก็จะมี
ทรง Stratrocaster ดูได้จาก Fender , Squier  คอปานกลาง เล่นได้หลากหลายแนวมากๆ

ทรง Telecaster ดูได้จาก Fender , Squier   คอปานกลาง เล่นได้หลากหลายอีกเช่นกัน

ทรง Ibanez ดูได้จาก Ibanez   คอบาง เน้นไปทาง Rock หน่อย

ทรง Lespaul ดูได้จาก Gibson , Epiphone คอใหญ่ น้ำหนักเยอะ แต่ก็เล่นได้กว้างอีกเช่นกัน 


จริงๆแล้วมันมีอีกหลายทรงมากๆเลยครับ แต่จะอธิบายทั้งหมดคงไม่จบแน่ๆ แต่นี่คือหลักๆที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้กัน ลองดูศิลปินที่แต่ละคนชื่นชอบดูก็ได้ครับ ต้องมีใครสักคนใช้กีตาร์ที่มีรูปทรงดังที่กล่าวขึ้นมาข้างต้นก็ได้ เมื่อทราบกันถึงชนิดของแต่ละรูปทรงแล้วเรามาดูกันว่าวิธีเลือกนั้นดูกันที่อะไรบ้างครับ

1. อับดับแรกเลย เหมือนเดิมครับ ดูจากรูปทรงภายนอกก่อน ถ้าเราไม่ชอบรูปทรงมันซะอย่าง เราคงไม่คิดที่จะอยากเล่นมันแน่ๆละ แต่ก็ต้องดูความเหมาะสมของร่างกายเราด้วยนะครับ เพราะกีตาร์บางทรงอาจจะไม่เหมาะกับคนที่ตัวเล็กบ้าง ตัวอ้วนบ้างผอมบ้าง อันนี้ นานาจิตตังครับ
สำหรับผู้ที่มองหากีตาร์ไฟฟ้าตัวแรก ลองดูทรง พวก statrocaster หรือไม่ก็อาจจะเป็นทรง Ibanez ก็ได้ครับ เพราะคอจะมีลักษณะเล็ก ไม่ใหญ่จนเกินไป เพราะมือคนเอเชียอย่างเราๆนั้นเล็กกว่ามือของฝรั่งอยู่หลายขุมครับ ไม่เชื่อลองไปเทียบดูครับ และทรงนี้ก็สามารถเล่นได้หลากหลายแนวมากๆตั้งแต่ Pop ยัน Rock หรืออาจจะไปถึง Metal กันได้เลยสำหรับบางตัวนะครับ 

2. อันดับที่สองลองยกดูครับ ว่ามันมีน้ำหนักที่เบาเกินไปหรือเปล่า เพราะถ้ามันเบาจนเกินไปเราอาจจะเจอเข้ากับกีตาร์ไม้อัดแล้วก็เป็นได้นะครับ ซึ่งเสียงที่ออกมาจากไม้อัดนั้น(ระ....)มากครับ แต่ถ้าซื้อจากร้านที่เป็นตัวแทนจำหน่ายที่อยู่ตามห้างก็ไม่ค่อยน่าเป็นห่วงนะครับ เพราะกีตาร์ไม้อัดเนี่ยส่วนใหญ่จะอยู่ในพวกร้านเล็กๆที่ชอบหลอกขายเด็กแถวหลังกระทรวงเท่านั้นแหละครับ 

3.ลองสังเกตุเนื้องานครับ ไม่ว่าจะเป็นงานไม้,คอ ,ลูกบิด ,เฟรต ,ปิ๊คอัพ ,นัท , หย่อง  ดูว่าไม่มีสนิมหรือขี้ตะกอนขึ้น ทุกชิ้นอยู่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ไม่มีรอยบิ่น หรือ จับแล้วมีเสียงก่อกแก่กกก ถ้ามีอาการอย่างที่ผมบอกให้เปลี่ยนตัวเลยครับ 

4.คอกีตาร์ครับ ดูว่าไม่โก่ง คด งอ ไม้ไม่เป็นรอยแตก รอยเชื่อมกาว สนิท เฟรตไม่แหลมยื่นออกมานอกเฟรตบอร์ด ไม้งั้นจะบาดมือตอนเล่นแน่ๆ ส่วนที่เหลือรายละเอียดลองไปอ่านดูในบทความ "การเลือกซื้อกีตาร์โปร่ง" ครับ

5. ดูลักษณะของ Pick up ว่าเป็นแบบไหน  
   
    5.1 Humbucking  ปิ๊คอัพ ชนิดนี้ดูง่ายๆเลยว่ามันจะมี2แถวติดกัน  ซึ่งจะให้เสียงที่หนากว่า
  
   
  5.2 Single Coil  ปิ๊คอัพชนิด จะมีอยู่แค่แถวเดียว ซึ่งจะให้เสียงที่ใสกว่าบางกว่า

    กีตาร์แต่ละยี่ห้อแต่ละทรงจะวางตำแหน่งของปิ๊คอัพไม่เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็น H H S, H S S ,
H H , H S , S S S
   
    การวางที่ต่างกันก็จะให้เสียงที่ต่างกันออกไปอีก แต่ขั้นตอนนี้ต้องศึกษากันเอาเองครับว่าชอบแบบไหน เพราะการใช้งาน นั้นก็แล้วแต่แนวแล้วแต่บุคคลด้วยครับ  ซึ่งปิ๊คอัพแต่ละตัวเราสามารถเลือกที่จะใช้งานมันเดี่ยวๆและผสมกันก็ได้ครับ ซึ่งตัวที่ใช้เลือกการทำงานของ ปิ๊คอัพนั้น คือSelector ครับ ไออันที่อยู่ใกล้ๆกับ Volume Tone เลื่อนแล้วมีเสียงแก๊กๆนั่นแหละครับ 

6.ดูชนิดของ Bridge กีตาร์ไฟฟ้าจะแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ Fix bridge กับ Floyd rose
6.1แบบ Fix bridge

คือแบบไม่มีคันโยก คือไม่สามารถนำคันโยกไปโยกมันได้นั่นเอง แต่มีบางประเภทที่สาสามารถใส่คันโยกได้ แต่สามารถโยกได้นิดหน่อยเท่านั้นจะไม่เหมือนพวกที่เป็น Floyd rose

6.2 แบบ Floyd rose

อันนี้โยกกันให้มันสะใจไปเลยครับ ถ้าใครสงสัยว่าโยกแล้วเสียงเป็นไงลองฟังงานของ Steve vai เลยครับ คนนี้ตัวพ่อเรื่องคันโยกเลยครับ สำหรับคนที่เริ่มเล่นกีตาร์ไฟฟ้าใหม่ๆแน่นำให้ซื้อแบบ Fix bridge นะครับ เพราะแบบ Floyd rose นั้นตั้งสายยากมากต้องทำความเข้าใจกับมันอยู่นานพอสมควร ช่วงแรกที่ยังใช่ไม่คล่องเนี่ย ตั้งสายกันเป็นวันเลยนะครับ แล้วถ้าเราซื้อในแบบที่ไม่ดีมาเนี่ย โยกทีนึงสายเพี้ยนทั้งคอครับ เสียเวลาตั้งอีกนานโขเลยทีเดียว ซึ่งแบบที่ดีจะอยู่ในกีตาร์ที่มีราคาหลักหลายหมื่นขึ้นไปครับ

7. ที่นี้เรามาลองฟังเสียงกันบ้าง ชอบตัวไหนขอที่ร้านเขามาลองเลยครับ ร้านไหนใจดีหน่อยจะรีบหยิบให้เลย ร้านไหนไม่ดีเค้าจะทำหน้าเหวี่ยงๆใส่ แต่อย่าไปสนใจครับ ให้ได้ลองเป็นพอ!!!
   
     7.1พอได้มาลองแล้วอันดับแรกสำคัญสุด!!! คือการตั้งสายกีตาร์ครับ...พูดจริงนะครับว่าต้องตั้งสาย เพราะกีตาร์ที่ร้านเนี่ยบางตัวเปลี่ยนสายมาแล้วนานนนนนมากกกพอแขวนหรือวางไว้เฉยๆสายย่อมเพี้ยนเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ถ้าขืนเราเอามาลองแล้วไม่ตั้งสายเนี่ย เสียงจากกีตาร์ตัวเป็นแสนก็เหลือตัวละไม่กี่ร้อยแน่นอนครับ เชื่อผมเถอะ!!! 
   
     7.2 ดูที่หน้าตู้แอมป์..แอมป์คืออัลไร๊!!!!!!!!! สำหรับคนที่สงสัยว่าแอมป์คืออะไร?ง่ายๆเลยแอมป์คือลำโพงครับ เค้าเสียบสายแจ๊คจากกีตาร์เรา ไปออกลำโพงที่ไหนนั่นแหละครับคือ "แอมป์" ชื่อเต็มก็คือ Amplifier ตู้แอมป์กีตาร์ทุกตู้จะต้องมี EQ ไว้สำหรับปรับย่านความถี่ต่างๆ ให้ทุกครั้งเวลาเราไปลองกีตาร์ ปรับให้ค่าเป็น Flat ให้หมดทุกอันซึ่งก็คือปรับไปที่เบอร์ 5 หรือแอมป์บางยี่ห้อจะมีตั้งแต่ - 10 ถึง 10 ให้ปรับไว้ที่ 0 นะครับ แต่ยกเว้นตัว Volume นะครับ เพราะถ้าเราไปลองกับแอมป์ 200W เนี่ยถ้าเปิดเบอร์ 5 รับรอง......ขี้หูไหลแถมเลือดแน่ครับ เปิดความดังแล้วแต่ทางร้านเค้าจะกรุณานะครับ  เหตุผลที่เราต้องปรับ Flat เพราะว่า มันจะทำให้คาแรคเตอร์เสียงของกีตาร์เราออกมาชัดที่สุด เพราะถ้าเราไปปรับตามใจชอบ แน่นอนครับว่าเสียงที่เราได้ยินเนี่ยคือเสียงที่ปรุงแต่งมาแล้ว มันจะหลอกหูเอาง่ายๆครับ เพราะแน่นอนว่าเราไม่สามารถที่จะใช้เล่นกับตู้แอมป์เพียงตัวเดียวได้แน่ๆไหนจะแอมป์ห้องซ้อม แอมป์ตามงานคอนเสิร์ตต่างๆ หากว่าใครบางคนบอกจะซื้อไปเล่นที่บ้านอย่างเดียวก็พอแล้ว!!! ก็ขอความกรุณาเชื่อผมสักนิดนะครับ เพราะเราเสียเงินแล้วต้องได้สิ่งที่เราชอบมากที่สุดครับ เกิดวันนึงไม่พอใจขึ้นมามี2อย่างคือ ขายทิ้ง ตั้งไว้ปล่อยให้ฝุ่นเกาะครับ แล้วก็ที่สำคัญถ้าร้านมีแอมป์หลายๆตัวก็แนะนำให้ลองกับหลายๆตัวนะครับ เพราะว่ากีตาร์ราคาไม่กี่พันลองกับแอมป์หลักแสนเนี่ย เสียงดีขึ้นเกิน 50%แน่นอนครับ ต้องฟังดีๆครับ

    เรื่องเสียงเนี่ยเป็นอะไรที่พูดยากครับ ประสาทการรับฟังแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนชอบเสียงแบบนี้ บางคนไม่ชอบ เพราะฉะนั้น เชื่อหูตัวเองครับ อย่าเชื่อปากพนักงานขายหรือปากคนอื่น เพราะเสียงนี้คือเสียงที่เราต้องได้ยินคนเดียวไปอีกนานครับ ที่สำคัญคือเงินเรา!!! 

     7.3 ตอนลองให้ลองปรับเปลี่ยนตำแหน่ง Selector ลองเล่นในทุกตำแหน่งดูว่าไม่มีตำแหน่งไหนเสียงหาย ดังหรือเบาจนเกินไป ถ้ามีอาการอย่างนี้ให้สอบถามกับพนักงานครับ ว่ามันเป็นอะไร ให้เค้าแก้ไขให้ครับ
 
    7.4 ลองบิดลูกบิดต่างๆ คืออะไรที่มันบิดได้ก็ให้บิดหมุนดูครับ ว่ามันฝืด หรือมันลื่นจนเกินไปหรือเปล่า ถ้ามีอาการอย่างนี้ เปลี่ยนตัวครับ

    7.5 ลองทั้งเสียงคลีนและเสียงแตก เสียงคลีนก็คลีนตามชื่อแหละครับ คือเสียงที่สะอาด ไม่ผ่านการแปลงสัญญาณ ส่วนเสียงแตกก็แตกตามชื่อคือเสียงที่ผ่านการแปลงสัญญาณให้เสียงแตกไปแล้ว หากใครนึกไม่ออกลองหาดูใน Youtube ครับ search ว่า guitar clean sound กับ Distortion sound เดี๋ยวก็ถึงบางอ้อเองครับ

    7.6 หลักการฟังก็คล้ายกับกีตาร์โปร่งครับ ฟังว่ากีตาร์ตัวนี้ให้เสียง ต่ำ กลาง แหลม เป็นยังไงบ้าง ถูกใจหรือเปล่า อย่าไปปรับที่ตู้แอมป์นะครับ

    7.7 ฟัง sustain หรือความยาวของเสียงว่ามีความยาวมากน้อยเท่าใด ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับGainของแอมป์ด้วยในด้านเสียงแตกนะครับ แต่ที่สำคัญต้องไม่กุดหรือสั้น พอดีดแล้วหายไปเลยอย่างนี้ไม่เอานะครับ เปลี่ยนตัวทันที

8.เมื่อได้กีตาร์ที่ถูกใจแล้วก็อย่าลืมซื้อ แอมป์กับสายแจ๊คนะครับ สำคัญมากที่สุดอีกอย่างนึง ถ้าไม่ซื้อไปเนี่ย เอากลับไปนั่งเล่นมีแต่เสียงเหล็กดีดไปมาแน่ครับ การเลือกแอมป์ ก็เอาที่กำลังวัดต์ไม่ต้องเยอะเอาที่ไว้ใช้ซ้อมฟังคนเดียวแล้วรู้เรื่องและที่สำคัญต้องไม่รบกวนชาวบ้านเค้า ดีไม่ดีเค้าลุกขึ้นเอาปืนมายิงเอาง่ายๆนะครับ คนสมัยนี้ยิ่งใจร้นกันอยู่ด้วย ไม่รู้จะร้อนกันไปไหน...

    จริงๆแล้วมันมีรายระเอียดอีกเยอะมากๆเลยครับ ถ้าจะให้ผมบอกผ่านตัวหนังสือก็ใช้เวลาเป็นวันครับ มันต้องออกภาคสนามกันไปลองด้วยเลยถึงจะเห็นภาพกันมากกว่านี้ แต่ที่ผมกล่าวมาคือหัวข้อหลักๆที่ควรดูเป็นอันดับแรกนะครับ  ที่สำคัญสุดคือต้องลองนะครับ อย่าดูภาพหรือว่าเห็นศิลปินที่ชอบเล่นทรงนั้นทรงนี้แล้วซื้อตามนะครับ ไม่เอาๆๆแบบนั้นไม่ดี ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณชอบทรงและเสียงของมันจริงๆ
     
    การเลือกกีตาร์เนี่ยแต่ละคนจะมีมุมมองการเลือกที่ไม่เหมือนกัน บางคนชอบเพราะเสียงแต่เล่นแล้วไม่ถนัด บางคนชอบเพราะรูปทรงแต่เสียงนี่เข้าป่ากันไปเลยก็มี ต้องลองดูครับว่าคุณอยากจะได้กีตาร์แบบไหน ผมเชื่อนะครับว่า ถ้าเราใส่ใจ ใช้เวลาศึกษาให้ดีเนี่ย ทุกคนจะเจอกับกีตาร์ที่เป็นคู่บุญของคุณเองครับ แต่อย่าไปซีเรียสว่า กีตาร์ฉันต้องทรงนี้ สีนี้ ยี่ห้อนี้เลยครับ อยากให้สนใจที่การเล่นมากกว่า ผมเคยมีประสบการณ์ เจอคนเล่นกีตาร์ตัวเป็นแสน แอมป์ เอฟเฟค นี่ แทบจะซื้อรถได้คันนึงอยู่แล้ว แต่เสียงออกมานี่ ไม่เท่ากับ คนที่ใช้กีตาร์ เอฟเฟค ไม่ถึงหลักหมื่น ก็มี....อันนี้อยู่ที่การฝึกฝนครับ ของพวกนี้คือสิ่งที่ตามมา เหมือนที่เคยมีคนบอกผมว่า "กระบี่อยู่ที่ใจ หาใช่ความคมของมันเอง" ลองคิดตามแนวคิดนี้ดูคุณจะรู้เองว่าคุณอยากจะเป็นมือกีตาร์แบบไหน ผมเป็นคนนึงละที่ใช้กีตาร์ตัวละหมื่นกว่าหาเงินมาจนถึงตอนนี้ ซึ่งเงินที่หาได้เนี่ยเกินราคากีตาร์ผมไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว 
     
    สุดท้ายนี้ก็ขอให้สนุกกับการเลือกและเล่นกีตาร์นะครับ  มีอะไรก็สอบถามเพิ่มเติมมาได้ทางเดิมที่ www.facebook.com/you2play แต่ถ้าจะให้พาไปเลือกกีตาร์ให้ไม่ไหวนะครับบบบ 55555+   ไว้เจอกันในบทความชิ้นต่อไปนะครับ สวัสดีครับ....^ ^

แสดงความคิดเห็น

6 - 10
  กิจกรรมเดือน พฤษภาคม 2019
SUN MON TUE WED THU FRI SAT
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  
ดูกิจกรรมทั้งหมด »
^ Back to Top
Close [×]