มุมมองต่างๆในการเป็นนักดนตรี

วันที่ 28/03/2014 l YOU2PLAY l 7,019 VIEWS
 
 
มุมมองต่างๆในการเป็นนักดนตรี
       สวัสดีครับ จากบทความก่อนๆ ผมได้พูดถึงการเล่นกีตาร์ขั้นพื้นฐานและการเลือกซื้อกีตาร์กันไปแล้ว วันนี้ผมจะขอพูดถึง "มุมมองต่างๆในการเป็นนักดนตรี" สักหน่อยครับ เนื่องจากช่วงนี้หลายๆคนอาจจะ ได้เห็นข่าวที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อ2-3วันที่ผ่านมา เกี่ยวกับนักดนตรีกลุ่มหนึ่งกับคนอีกกลุ่มนึงที่ทุกวันนี้ผมเชื่อว่า กลุ่มคนเหล่านี้ได้กระทำให้มุมมองในการเป็นนักดนตรีบ้านเรานั้นเปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง    

       มุมมองที่ผมว่าเนี่ย มี 2 มุมมองครับ อย่างแรกก็คือ มุมมองจากคนที่เป็นนักดนตรีและมุมมองจากคนที่ไม่ใช่นักดนตรี 

       ต้องยอมรับเลยว่า อาชีพ "นักดนตรี" ในปัจจุบัน ได้รับการยอมรับมากกว่าสมัยก่อนมาก ใครๆหลายคนในที่เข้ามาอ่านอาจจะเคยได้ยินคำพูดที่ว่า "เล่นดนตรีเหรอ?? พวกเต้นกินรำกินอ่ะนะ?" ฟังดูผ่านๆมันก็อาจจะเป็นแค่คำพูดๆหนึ่งของผู้ใหญ่ แต่ถ้าตีความหมายดีๆแล้ว ก็ไม่ต่างอะไรจากการโดนดูถูกในอาชีพที่เรารักหรอกครับ ถึงแม้ว่ายุคสมัยนี้ อาชีพด้านดนตรีจะได้รับการยอมรับ ผู้ปกครองของเด็กหลายๆคนก็อยากให้ลูกหลานเรียนดนตรีเพราะอะไรนั้นก็แล้วแต่ แต่ผมเชื่อเลยว่าหาก เด็กคนนั้นคิดอยากจะเป็นนักตรีอาชีพจริงๆละก็... เกินกว่า 50% ของผู้ครองส่ายหน้ากันหมดครับ 
 
      ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน มุมมองบวกกับความเชื่อที่ว่า พวกนักตรีเนี่ยมักจะไส้แห้ง ไม่มีอะไรทำก็เลยเล่นดนตรี เจ้าชู้ กินเหล้าสูบบุหรี่ ติดยา ฯลฯ ผมพูดตรงๆเลยนะว่า ทุกอย่างที่คิดที่เชื่อกันมาเนี่ยมันคือ "เรื่องจริง" ครับ แต่อยากจะให้ลองคิดกันสักนิดนะครับ ว่าคนเรามีหลายรูปแบบ นักดนตรีก็มีหลายรูปแบบเช่นกัน นักดนตรีหลายๆคนไม่กินเหล้าสูบบุหรี่ก็มี ไม่เจ้าชู้ ไม้ไส้แห้งก็มีนะครับ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นอย่างที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น ตัวผมเองผมจบด้านดนตรีมา ได้มีโอกาสสอนพิเศษ ทั้งเด็กเล็กเด็กโต ผู้ปกครองทุกคนหรือใครก็ถาม มักจะถามคำถามโลกแตกและเหมือนกันหมด อย่างกับเขียนสคริปต์ไว้ว่า "จบไปแล้วทำอะไร?" ผมก็ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกันในตอนนั้น(ก็ตอนนั้นเรียนอยู่ยังไม่ได้คิดเรื่องเรียนจบแล้วจะทำอะไร ไม่รู้จริงๆครับ) แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมจะตอบอะไร ผมจะบอกกับผู้ปกครองหรือคนที่ถามคำถามนี้กับผมทุกคนว่า "ก็เล่นดนตรี" เนี่ยแหละครับ การเรียนดนตรีเนี่ยมีได้และมีเสีย คือตอนเรียนเนี่ย ไม่ว่าคุณจะอยู่ป.6 หรือมหาลัย คุณสามารถทำงานได้ทันทีถ้าคุณมีความสามารถพอ คุณสามารถไปเล่นดนตรีในผับได้ คุณสามารถรับจ้างเล่น Backupได้ รับจ้างแต่งเพลงได้ หรืออะไรก็ตามแต่ที่คุณสามารถจะทำได้ มันต่างจากคนที่เรียนในสาขาอื่นๆ ที่จะต้องใช้ใบปริญญาเพื่อไปสมัครงาน หรือว่าต้องรออายุถึงเกณฑ์ ถึงจะเข้าทำงานได้ แต่เรียนดนตรีไม่ต้องรอครับ ถ้ามั่นใจว่าแน่ ก็ลุย!!!! แต่สิ่งที่เสียก็คือ งานเนี่ยมันมีเยอะก็จริง แต่คนที่ไม่ได้เรียนดนตรีมาก็สามารถมาทำงานสายดนตรีได้เช่นกัน  ซึ่งก็ต้องขวนขวายหากันหน่อย ซึ่งอาจจะเสียเปรียบคนที่ไม่ได้เรียนดนตรีมาก็ตรงนี้แหละ เพราะว่าเค้าสามารถทำงานประจำได้และก็สามารถมาเล่นดนตรีได้อีก ซึ่งคนที่เรียนดนตรีมาเนี่ยถ้าจะไปทำสายอื่นก็อาจจะยากสักหน่อยหากเขาจะรับเข้าทำงาน  
   
       การเล่นดนตรีผับ , เล่น Backup , แต่งเพลง , สอน , รับจ้างอัดเสียง.. รายได้ไม่ใช่น้อยๆเลยนะครับ ถ้าคุณขยันมากๆเนี่ย คุณสามารถหาเงินแสนได้ตั้งแต่ตอนเรียนเลยนะครับ เห็นไหมละครับว่า ถ้าคุณเป็นคนขยันอะไรๆมันก็ดีไม่ต่างจากสายอาชีพอื่นหรอกครับ 

       มาพูดถึงเรื่องมุมมองจากคนที่เป็นนักตรีเองกันนะครับ หากคุณรู้ตัวว่าคุณกำลังเล่นดนตรีเป็นอาชีพหรือว่ากำลังเรียนทางด้านดนตรีอยู่ ซึ่งแต่ละคนมักจะมีมุมมองของตนเองอยู่แล้ว ผมจะขอพูดถึงแต่มุมมองที่ไม่ดีแล้วกันนะครับ 
     
       เรื่องแรกเนี่ยที่อยากให้คิดกันว่า ที่มาเป็นนักตรีเพราะอะไร? การที่คนๆนึงจะมาเล่นดนตรีเนี่ยคิดไม่กี่อย่างหรอกครับ คือ ชอบ , อยากหล่อ , หารายได้เสริม ฯลฯ   
   
      การที่เราชอบที่จะเล่นจริงๆจังๆเนี่ย อยากบอกว่าดีแล้วครับ แต่ไอคนที่คิดมาเล่นเพราะอยากหล่อเนี่ย คิดใหม่นะครับ ถ้าคุณคิดจะเล่นไปงั้นๆ อาศัยหน้าตาดีหน่อยเล่นโชว์สาว คอยหิ้วสาวตามผับกลับบ้าน ก็อย่าเล่นเลยครับ ไปเป็น ดาราหรือนายแบบเถอะ เพราะที่คนอื่นเขามองว่านักดนตรีเจ้าชู้เนี่ย มันก็เกิดมาจากกลุ่มคนที่มีความคิดแบบนี้แหละครับ มันเสียหายนะครับจะบอกให้!!!!!!! ผมเคยเจอประสบการณ์ตอนสมัยเรียนมัธยมมา ผมมีเพื่อนอยู่กลุ่มนึง เรียนรุ่นเดียวกันมาเนี่ยแหละ ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นพวกมันจะสนใจดนตรี แต่ตอนนั้น Bodyslam ออกชุดใหม่มาพอดี ชื่อชุดว่า Believe (มั้ง) แล้วบวกกับที่โรงเรียนกำลังจะมีงานประกวด เพื่อนก็ผมก็ฟอร์มวงกันขึ้นมาเลย วิธีหาคนเข้าวงก็ง่ายๆเลย "เล่นไม่เป็นไม่เป็นไร หล่อไว้ก่อน" แล้วใช้เวลาซ้อมประมาณเดือนกว่าเพื่อจะลงแข่ง...เรื่องมันเกิดขึ้นก่อนวันแข่งเนี่ยแหละครับ คือ..มือกีตาร์ของวงเนี้ยมี2คน แล้วก็ตามประสาเด็กๆน่ะครับที่คิดว่า ใครได้โซโล่ นี่จะหล่อแบบฝุดๆๆ มันทั้งคู่ก็เลยทะเลาะกันเพื่อแย่งกันโซโล่ สุดท้ายก็จบด้วยที่มือกีตาร์คนนึงไม่ยอม อีกคนเลยชกกำแพงจนนิ้วมือหัก (ตอนนั้นที่โรงเรียนผมฮิตชกกำแพงกันมากเครียดเรื่องไรมากก็กำแพงเนี่ยแหละดีที่สุด) เรื่องนี้ดังไปทั่วทั้งโรงเรียนเลยครับ สุดท้ายวันเล่นจริง เพื่อนอีกคนก็ยอมให้คนนิ้วหักได้โซโล่ไป ซึ่งผลก็ออกมาตามเนื้อผ้าครับ เละครับ ทั้งวงไปคนละทางกันหมด ก็จะไม่เละได้ไง เล่นฟอร์มวงกันเดือนกว่าแล้วลงแข่งเลย แต่สุดท้ายผลกรรมการ(อาจารย์)ตัดสิน วงเพื่อนผมวงนี้เข้ารอบ(วัดจากเสียงกรี๊ด!)ครับ เลยโดนวงอื่นๆเกลียดขี้หน้าไปเลย
     
       เรื่องต่อมา "เรื่องกินเหล้าสูบบุหรี่" เรื่องนี้ผมเข้าใจครับ เพราะผมเองก็หนักอยู่เหมือนกัน - - "  
กินน่ะกินได้ครับ ไปเล่นผับยังไงต้องกินเหล้าเป็น เพราะว่ามันจะมีพวกลูกค้าชอบยื่นแก้วมาให้ กินอยู่ตลอดเวลา หากเราไม่หัดกินไว้นี่ล่ะก็ ได้แก้วมากินเข้าไปเมาหลับคาเวทีนี่จะเสียงานเสียการเอาเปล่าๆ ครั้นจะไม่กินก็ไม่ได้ เพราะว่าเจ้าของร้านจะเดินมากระซิปทันทีว่า อย่าขัดใจลูกค้า แล้วทำไงล่ะทีนี้? กินก็เมาหลับ ไม่กินอาจโดนไล่ออก...เพราะฉะนั้นหัดไว้ครับ แต่ไม่ใช่กินตะบี้ตะบันกินจนเมาแล้วเสียงานเล่นไม่ไหวนี่ไม่เอานะครับ บุหรี่นี่ก็เป็นของคู่กันเลยครับ คนมักจะพูดคู่กันว่า "คนกินเหล้ามักจะชอบสูบบุหรี่" แต่ผมมีเพื่อนหลายๆคนที่กินเหล้าแล้วไม่สูบบุหรี่ก็มีนะครับ อย่าเหมารวมครับ...
     
       นักดนตรีไส้แห้ง... ถ้าไม่อยากไส้แห้งก็เริ่มประหยัดด้วยการ กินเหล้าให้น้อยลง สูบบุหรี่ให้น้อยลง แค่นี้ก็ประหยัดไปได้เยอะแล้วครับ อะไรที่ไม่จำเป็นก็อย่าไปเสียเงินซื้อ นักดนตรีเนี่ยส่วนใหญ่ เสียเงินอยู่ไม่กี่อย่างหรอกครับ อันดับแรกเลย เรื่องเครื่องดนตรีครับ เปลี่ยนกันสนุกมือกันเลยทีเดียว บางคนนี่เปลี่ยนเดือนละตัวเลยก็มี ต้องระมัดระวังการใช้จ่ายดีๆครับ ใช้เครื่องดนตรีให้คุ้มครับ ลดละกิเลสลงบ้าง จะช่วยได้เยอะ คนอื่นเขาจะได้มาพูดไม่ได้ว่า นักดนตรีไส้แห้งครับ
       
       เรื่องต่างๆที่ผมเขียนมาเนี่ยเป็นเรื่องจริง ที่อยู่คู่กับคนที่เป็นนักดนตรีและไม่ใช่นักดนตรีมานานแสนนาน
อยากให้ลองปรับเปลี่ยนความคิดมุมมองกันสักนิดนะครับ ใครที่คิดดีอยู่แล้วก็ดีไปใครที่กำลังมองนักตรีอย่างผิดๆก็เข้าใจซะใหม่ สังคมจะได้น่าอยู่ขึ้น เพราะอาชีพนักดนตรี เป็นอาชีพที่มีเกียรติ สามารถเลี้ยงดู ครอบครัว เลี้ยงดูตนเองได้ ไม่ได้ไปเป็นภาระให้กับใคร อย่าอายหากเราทำอาชีพสุจริต  
     
        ผมเชื่อว่ายังมีอีกหลายๆคนที่มองว่า เป็นนักตรีสบาย วันๆไม่ทำไรนอกจากเล่นดนตรีอย่างเดียวดีจะตาย!  อยากบอกให้รู้ไว้เลยนะครับว่า นักดนตรีเนี่ย ไม่สบายอย่างที่คิดนะครับ การที่จะสามารถเล่นดนตรีได้จนใช้เป็นอาชีพเลี้ยงตัวเองเนี่ย ซ้อมกันเลือดตาแทบกระเด็น งานก็ไม่ใช่ว่าจะหาง่ายๆนะครับ อย่าลืมว่านักดนตรีไม่ได้มีคนเดียว หรือจะต้องเรียนดนตรีเท่านั้นถึงจะเป็นนักตรีได้ แต่ ใครๆก็สามารถเป็นนักดนตรีได้ครับทุกอย่างมันต้องใช้ประสบการณ์และเวลาทั้งนั้นครับ ไม่ใช่นึกอยากเป็นก็เป็นอยากเลิกก็เลิก 

        และแล้วก็มาถึงช่วงบทส่งท้ายกันแล้ว ผมขอให้ทุกๆคนที่ได้เข้ามาอ่านบทความนี้ลองนำสิ่งที่ผมพูด กลับไปลองคิดดูนะครับ อาจจะพอมีประโยชน์บ้าง ในการใช้ชีวิต ลองไปปรับเปลี่ยนแนวคิดดูกับสายอาชีพอื่นก็ได้ ไม่ว่ากัน ผมแค่ไม่อยากจะให้มุมมอง นักดนตรีในบ้านเรามันตกต่ำลงไปอีกเป็นเหมือนเมื่ิอก่อน จากกรณีที่เห็นจากน้องๆและกลุ่มผู้ติดตามกลุ่มหนึ่ง ที่ไปกดดันเพื่อขอ(ยืม)เงินจาก คนๆหนึ่ง ผมเห็นแล้วทำให้รู้สึกว่า ถ้าทำแบบนี้ คนจะยิ่งมองอาชีพนักดนตรีแย่เข้าไปอีก ที่นอกจากไม่ใช่แค่ อาชีพ "เต้น กิน รำกิน"
ยังเป็นอาชีพที่ไม่มีเกียรติ ที่ไม่คิดจะทำอะไรเลย ทั้งๆที่สามารถเล่นดนตรีได้แต่กลับไม่ใช้ความสามารถตรงนั้นเพื่อจะหาทางออก กลับเลือกวิธีที่แย่ยิ่งกว่าขอทานเสียอีก ผมพูดเลยว่า"แย่ยิ่งกว่าขอทาน" เพราะว่า ขอทานเค้าไม่เคยบังคับว่า เฮ้ย!พ่อหนุ่ม ลุงขอเงินหน่อยลุงจะไปทำอย่างนั้นอย่างนี้  แต่นี่กลับไปบังคับผู้อื่น เข้าไปทำความเดือดร้อนในพื้นที่ของคนอื่นในยามวิกาล แถมบอกด้วยว่าจะต้องได้ก่อนเวลาเท่านี้ๆ บอกเลยว่า แย่!!มากครับ ก็ฝากไว้ด้วยนะครับ หากใครเข้ามาอ่านแล้วไม่พอใจผมขอกราบขอโทษไว้ ณ ที่นี้ด้วย  ผมแค่อยากจะปกป้อง "เกียรติ์และศักดิ์ศรีของนักดนตรี" เท่านั้นเองครับไม่ได้เจตนาจะว่าร้ายใครแต่อย่างใด แล้วเจอกันใหม่ครับ สวัสดีครับ

แสดงความคิดเห็น

6 - 10
  กิจกรรมเดือน พฤษภาคม 2019
SUN MON TUE WED THU FRI SAT
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  
ดูกิจกรรมทั้งหมด »
^ Back to Top
Close [×]