อีโก้ของนักดนตรี

วันที่ 07/05/2014 l YOU2PLAY l 3,285 VIEWS
 
 
อีโก้ของนักดนตรี
       สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับบทความประจำเดือนนี้ ว่ากันด้วยเรื่อง ''อีโก้ของนักดนตรี''
   
       หลายๆคนคงจะเคยได้ยินคำนี้ผ่านหูกันมาบ้าง สำหรับคนที่เพิ่งได้ยินครั้งแรก อาจจะงงว่าอีโก้คืออะไร อย่าเพิ่งรีบร้อนกันครับ พออ่านบทความนี้จนจบแล้วจะรู้คำตอบกันเองครับ หลายๆคนอาจจะรู้ตัวด้วยว่าตัวเองก็มีอีโก้อยู่ในตัวเองเหมือนกัน       

       คำว่า "อีโก้" เนี่ย.. ไม่ได้จำกัดเฉพาะเจาะจงที่นักดนตรีเท่านั้นนะครับ อีกหลายๆอาชีพ ก็จะพบปะเจอะเจอกับคำว่าอีโก้เหมือนกัน ความหมายของมันแปลตรงตัวคือ "ความเป็นตัวของตัวเอง" ในที่นี้ต้องทำความเข้าใจกับความเป็นตัวของตัวเองให้ดีนะครับ เพราะมันมองได้หลายแง่มากๆ แล้วก็จะขึ้นอยู่กับคนที่มองคุณด้วย ว่าเค้าเป็นคนยังไง  วันนี้ผมจะพูดถึงเฉพาะในด้านของนักดนตรีแล้วกันนะครับ 
           
       นักดนตรีที่มีอีโก้สูง ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มนักดนตรีที่มีฝีมือ เพราะว่าคนเหล่านี้มักจะมองว่าตัวเองนั้นเก่งที่สุดแล้ว ดังนั้นการที่คนเหล่านี้จะรับฟัง แนวความคิดจากคนอื่น นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย โดยเฉพาะจากผู้ที่เล่นดนตรีด้วยกัน ยิ่งดัง ยิ่งมีชื่อเสียง ยิ่งมีอีโก้สูง เป็นเรื่องธรรมดาของคนครับ
     
       ผมจะยกตัวอ่ยางแล้วกันครับเพื่อที่จะได้เห็นภาพกันง่ายขึ้น สมมติเอาว่า มีวงดนตรีวงหนึ่ง ประกอบไปด้วย 1.นักร้อง 2.กลอง 3. กีตาร์ 4. เบส 

         การที่คน4คนในวง จะสามารถอยู่ด้วยกันได้เนี่ย มันไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ ย้ำ!!!เลยนะครับว่ามันไม่ใช่เรื่องยากแต่มันจะยากมากหากคน4คนมี อีโก้ในตัวเองสูง เช่น วงๆหนึ่งจะทำเพลงกัน ต้องประกอบไปด้วยเพลงที่มาจากคน4คนช่วยกันคิดช่วยกันทำ แต่ถ้า คน1คน จะเอาแต่ในสิ่งที่ตัวเองต้องการประมาณว่า  "เห้ย กูคิดท่อนมานี้มาแล้ว พวกมึงไม่มีสิทธิ์มาเปลี่ยนของกูนะ" หรือ "ของมึงไม่เอา เอาของกูดีกว่า" แล้วคนที่เหลือล่ะครับ?? เค้าจะมีส่วนร่วมในเพลงได้ยังไง ในเมื่อคนๆเดียวจะเอาแต่ในสิ่งที่ตัวเองชอบโดยไม่สนคนอื่นเลย พอเป็นอย่างนี้นานๆเข้า วงก็ต้องแตกเป็นเรื่องธรรมดาครับ เพราะนักดนตรีย่อมชอบอยู่แล้วที่จะมีส่วนร่วมในเพลงที่ตัวเองแต่ง ชอบที่จะมีคนชมว่า "เห้ย ท่อนนี้ใครทำวะ โคตรเจ๋ง" เป็นครับเรื่องปกติ หรือคุณจะเถียง?? นี่แค่คน1เท่านั้นนะครับ และถ้า4คนเป็นเหมือนกันหมดล่ะก็...แนะนำให้ไปออกอัลบั้มเดี่ยวเลยครับ รับรองไม่มีใครเถียง!! อยากใส่อยากอะไรทำไปเลยครับ โลกเป็นของคุณแล้ว
       
      ดังนั้นการที่เรามีเพื่อนร่วมวงเนี่ย ควรที่จะต้องฟังคนในวงเอาไว้ ไม่ใช่สักแต่ฟังอย่างเดียว แต่ในใจ "กูไม่สนกูจะเอาอย่างนี้" ไม่ชอบอะไรอยากเปลี่ยนอะไรก็คุยกันด้วยเหตุผล หาจุดที่ทุกคนในวงโอเค แล้วก็ไม่ใช่ปากบอกโอเค แต่แอบไปเปลี่ยนลับหลังเพื่อน ในวงโดยมีคนอีกคนเป็นพวก อย่างนี้ไม่เอานะครับ การเขียนเพลงเนี่ยหากแค่คนในวงยังไม่ชอบกันจริงๆอย่าหวังว่าจะทำไปให้ใครฟังเลยครับ มันเหนี่อย!!!!
 
     แต่ก็อย่างว่า... เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่พูดกันยาก เรียกได้ว่ามันอยู่ ใน "สันดาน" กันเลยก็ว่าได้ (ขอโทษนะครับที่ต้องใช้คำหยาบ หาคำอื่นไม่ได้แล้วจริงๆ) ต้องค่อยๆคุยค่อยปรับเปลี่ยนเรียนรู้กันไป ถ้าเราไม่โอเคก็แยกทางกันแล้วหาคนที่คลิ๊กกับเราดีกว่า นี่แหละครับคือสาเหตุที่หลายๆวงพอแยกกันไป ก็จะออกมาพูดว่า ทัศนคติไม่ตรงกัน แนวทางต่างกัน ฯลฯ 
   
       เริ่มเข้าใจกันแล้วใช่มั้ยครับ ว่าคำว่า อีโก้ เนี่ยคืออะไร แต่คำว่า อีโก้ ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีข้อดีอยู่เลยนะครับ ไอข้อดีเนี่ยมันมีแน่นอนอยู่แล้วครับ แต่อยู่ที่ว่าคุณมีมันมากน้อยแค่ไหน ผมว่าคนทุกคนต้องมีอีโก้ครับ การที่เราจะทำอะไรเนี่ย เช่น ทำเพลง,ขายเสื้อผ้า,เปิดร้านอาหาร คือทำอะไรที่ต้องมีเรื่อง ศิลปะหรือภาพลักษณ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

       เราต้องมีอีโก้หรือ ความเป็นตัวของตัวเองอยู่ระดับหนึ่ง คือ หากเรามีความเป็นตัวของตัวเองเนี่ย เราก็จะได้อะไรที่เป็นแบบเฉพาะของเราคนเดียว แต่เราก็ต้องรับฟังความคิดเห็น ของคนอื่นด้วยเสมอ ไม่ใช่ว่า "ก็กูเป็นตัวของตัวเองใครจะทำไม" บอกตรงๆว่าอยู่ในสังคมยากครับ เพราะมีอีกหลายคนที่เค้ารับได้และรับไม่ได้ แต่ยังไงก็ขึ้นอยู่กับจุดที่คุณอยู่ด้วยครับ ว่าคุณจะเอาอีโก้ออกมาใช้ได้มากน้อยแค่ไหน ยิ่งสมัยนี้อะไรที่เป็นแบบเฉพาะว่ามีแบบนี้แบบเดียว คนยิ่งสนใจครับ และถ้าหากว่าคุณไม่มีอีโก้ หรือความเป็นตัวของตัวเองเลย มันก็ไม่ต่างอะไรจากการที่เราไปก๊อปรูปแบบของคนอื่นมา เช่น เพลงแนวนี้กำลังมา ก็ไปบ้าตามเค้าแต่งตัวตามเทรนแล้วคิดว่าตัวเองนี่แหละคือตัวจริง พอแนวกระแสใหม่ๆมาก็เปลี่ยนไปเรื่อย แล้วก็ทำตัวประดังว่า ข้านี่แหละกูรูขึ้นเทพ  แบบนี้เค้าเรียกว่า "พวกกาก"ครับ อย่าทำตัวอย่างนั้นเชียว เราชอบอะไรก็เป็นแบบที่ตัวเราเองสบายใจเถอะครับ บางทีถ้าตามกระแสมากไปจนเหนื่อยก็หยุด แล้วกลับมามองตัวเองว่าจริงๆแล้วตัวเองชอบอะไรกันแน่...
   
        ก็ฝากไว้เป็นข้อคิดแล้วกันนะครับ ที่ผมพูดมานี่เป็นเรื่องจริงที่ผมเจอมาเองกับตัว บอกตรงๆเลยนะครับว่าเจอแล้ว รำคาญลูกกะตาดำๆและหัวสมองของผมมาก  และนี่ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นกับเฉพาะนักดนตรีอย่างเดียว กับอาชีพสาขาอื่นก็มีให้เห็นกันอยู่เยอะแยะครับ ลองคิดดูง่ายๆเหมือนที่ผมยกตัวอย่าง วงนึง4คนเปลี่ยนเป็น ผู้ร่วมงานในหน่วยงานของคุณ4คนแล้วเจอปัญหาแบบนี้ เป็นใครก็ต้องปวดหัวทั้งนั้นครับ โดยเฉพาะถ้าหากว่าเพื่อนร่วมงานของคุณไม่ใช่เพื่อน แต่เป็น หัวหน้าเป็นเจ้านายที่เราไม่สามารถคุยกับเค้าได้ ลองคิดดูสิครับว่ามันจะเครียดขนาดไหนเพราะ การลาออกจากงานมันไม่ง่ายเหมือนลาออกจากวง ทีนี้ลองเริ่มสำรวจตัวเองและคนรอบข้างดูว่า เราและเขา มีอีโก้ กันสูงขนาดไหน? ไว้เจอกันบทความครั้งหน้าครับ สวัสดีครับ \m/
 

แสดงความคิดเห็น

6 - 10
  กิจกรรมเดือน พฤษภาคม 2019
SUN MON TUE WED THU FRI SAT
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  
ดูกิจกรรมทั้งหมด »
^ Back to Top
Close [×]